พาหุง บทที่ 3 เรื่องเล่าจากบทสวดปราบมาร

พาหุง บทที่ 3 หรือ พระคาถาพาหุง บทสวดที่เป็นการสวดถึงชัยชนะของพระพุทธเจ้าต่อพญามารทั้ง 8 เหตุการณ์ ตั้งแต่วันตรัสรู้ธรรม จนถึงเหตุการณ์ผกาพรหม ซึ่งสามารถแบ่งเรื่องราวได้อย่างสนุกสนานและให้ข้อคิดสติสอนใจด้วยเช่นกัน โดยวันนี้ นายฝันเล่าเรื่อง จะมาเล่าเรื่องของบทสวดบทที่ 3 ซึ่งเป็นเรื่องราวของพระพุทธเจ้าที่ใช้เมตตาธรรมเอาชนะ ช้างนาฬาคีรี ซึ่งเป็นช้างตกมันที่ดุร้าย ความว่า

 

พาหุง บทที่ 3

 

“นาฬาคิริง คะชะวะรัง อะติมัตตะภูตัง

ทาวัคคิจักกะมะสะนีวะ สุทารุณันตัง

เมตตัมพุเสกะวิธินา ชิตะวา มุนินโท

ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ”

 

พระเทวทัตมีความปรารถนาที่จะปกครองสงฆ์เอง ขาดความเคารพในพระพุทธเจ้า จึงคบหากับพระเจ้าอชาตศัตรูและทำสัญญากันว่า “ถ้ามหาบพิตรปลงพระชนม์พระบิดาแล้วเป็นพระราชา อาตมาภาพจะปลงพระชนม์พระพุทธเจ้าแล้ว จักเป็นพระพุทธเจ้า”

 

พระเทวทัต สั่งให้คนเลี้ยงช้าง นำเหล้าให้ช้างนาฬาคีรีดื่มถึง 16 หม้อ แล้วให้ปล่อยไปในเวลาที่พระพุทธเจ้าเสด็จไปบิณฑบาตในกรุงราชคฤห์ เมื่อช้างถูกมอมเหล้า ก็เกิดอาการเมาอย่างหนัก จากช้างปกติ ก็กลายเป็นช้างตกมัน ดุร้ายเกรี้ยวกราด ไม่มีใครที่สามารถห้ามได้ ทันทีที่ถูกปล่อย มันก็วิ่งตรงไปบนถนน ขณะที่พระพุทธเจ้าเสด็จไปบิณฑบาตพร้อมพระภิกษุ 500 รูป เดินถึงซอยนั้น ช้างมันชูงวง วิ่งรี่ตรงไปทางที่พระพุทธเจ้าเสด็จดำเนินทันที

 

พระภิกษุที่มาบิณฑบาตได้กราบทูลพระพุทธเจ้า “ให้เสด็จกลับ เพราะช้างนาฬาคีรี นี้ดุร้าย หยาบช้า ฆ่ามนุษย์ กำลังวิ่งเข้ามาในซอยนี้” แต่พระพุทธเจ้าตรัสว่า “มาเถิดภิกษุ เธออย่ากลัวเลย ภพชาตินี้ไม่ใช่โอกาส ไม่ใช่ฐานะ ที่บุคคลอื่นจะปลงชีวิตของตถาคตได้ เพราะพระตถาคตทั้งหลายย่อมไม่ปรินิพพานด้วยความพยายามของผู้อื่น” ซึ่งพระภิกษุได้กราบทูลขอให้พระพุทธเจ้าเสด็จกลับ แต่พระพุทธเจ้าก็ตรัสคำเดิม พระอานนท์อาสาขอให้ช้างทำร้ายท่านแทนพระพุทธองค์ พระพุทธองค์ก็ตรัสห้ามเช่นกัน

 

พระพุทธเจ้าทรงแผ่เมตตาให้กับช้างนาฬาคิรี ช้างได้สัมผัสกระแสแห่งเมตตาธรรมของพระพุทธเจ้า ทำให้สร่างเมาเป็นปลิดทิ้ง ลดงวงลง ค่อย ๆ เยื้องกรายเข้าไปหาพระพุทธเจ้า ยืนอยู่เบื้องหน้าด้วยความเลื่อมใสอย่างยิ่ง

 

พระพุทธเจ้ายกพระหัตถ์ขวาลูบกระพองช้างนาฬาคีรี พลางตรัสว่า “ดูกร กุญชร เจ้าอย่าเข้าไปหาพระพุทธเจ้าด้วยจิตคิดจะฆ่า อันเป็นเหตุให้เกิดทุกข์ในอบาย ผู้ฆ่าพระพุทธเจ้า ตายไปจะไม่มีสุคติเลย เจ้าจงสร่างเมาและอย่าประมาท ผู้ประมาทจะไปสู่สุคติไม่ได้ แม้เจ้าเป็นเดรัจฉาน พบเราครั้งนี้นับเป็นกุศลอย่างยิ่ง ตถาคตนี้อุปมาดังพญาช้างตัวประเสริฐ ประกอบด้วยคุณของพระอรหันต์ เป็นใหญ่ใน 3 โลก ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปเจ้าอย่าดุร้ายไล่ทิ่มแทงมนุษย์อีก จงมีเมตตา ยังใจให้โสมนัส อย่าประกอบโทษ จงหมั่นเจริญเมตตาให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป สิ้นชีพแล้วเจ้าจะได้ไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์”

 

ช้างเมื่อได้ฟังก็มีจิตชื่นชมโสมนัส หากเป็นมนุษย์จะได้บรรลุพระโสดาบัน แต่เพราะเป็นช้าง จึงพลาดจากการได้บรรลุโลกุตรธรรมอันยอดเยี่ยม แต่ก็เป็นอุปนิสัยติดตัวไปชาติหน้า

 

สาธุชนเห็นอานุภาพของพระพุทธเจ้าก็ปลื้มปิติยินดีอย่างมาก ต่างกล่าวว่า ” บางคนฝึกช้าง ฝึกม้า ด้วยการใช้ท่อนไม้บ้าง ใช้ขอบ้าง ใช้แส้บ้าง แต่พระพุทธเจ้าทรงทรมานช้างโดยใช้เมตตาธรรม”

 

ซึ่งพระคาถาพาหุงบทที่ 3 มีความเชื่อว่าสามารถเอาชนะศัตรูสัตว์ร้ายทั้งหลายต่อผู้สวดได้

 

เป็นอย่างไงกันบ้างครับ กับเรื่องเล่าของคาถา พาหุง บทที่ 3 ที่นายฝันเล่าเรื่องเอามาฝากกัน โอกาสหน้าพบกันกับคาถาบทที่ 4 สำหรับวันนี้ นายฝันเล่าเรื่องขอตัวก่อน สวัสดีครับ

 

อ่าน นายฝันเล่าเรื่อง อื่น ๆ

พาหุง เรื่องเล่าจากบทสวดปราบมาร บทที่ 1

พาหุง บทที่ 2 เรื่องเล่าจากบทสวดปราบมาร

หลวงพ่อทองคำ หลวงพ่อที่ถูกหล่อด้วยทองคำทั้งองค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก